การแข่งขันหุ่นยนต์ ระดับประเทศ(สพฐ.) เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับประเทศไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ประกาศให้จัดงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๑ โดยมีหลักการว่า   ในกรณีที่ต้องคัดเลือกตัวแทนประเทศไทยไปแข่งขันระดับนานาชาติ จะเชิญผู้ได้รับรางวัลระดับชาติเข้าคัดเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเฉพาะกิจกรรมเป็นรายกิจกรรมไป โดยสำนักพัฒนานวัตกรรมการจัดการศึกษา รับผิดชอบในกิจกรรมการแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ. รวม ๑๖ กิจกรรม

การแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ. เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับประเทศ ไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติ โดยเปิดโอกาสให้กับทีมหุ่นยนต์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ ในการแข่งขันหุ่นยนต์ สพฐ. จากงานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยีของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๑ ทั้ง ๑๖ กิจกรรม  ใน ๔ ภูมิภาค รวมทั้งสิ้น ๕๔ ทีม ซึ่งเป็นทีมหุ่นยนต์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ งานมหกรรมความสามารถทางศิลปหัตถกรรม วิชาการ และเทคโนโลยี
ของนักเรียน ปีการศึกษา ๒๕๖๑  ใน ๔ ภูมิภาค จำนวน ๕๔ ทีม (๑ ทีม ประกอบด้วย นักเรียนผู้เข้าแข่งขัน ๓ คน และครูที่ปรึกษา ๑ คน) รวมทั้งสิ้น ๑๙๘ คน โดยทำการแข่งขันใน ๒๗ รายการแข่งขัน  เพื่อคัดเลือกเป็นตัวแทนระดับประเทศไปแข่งขันในเวทีระดับนานาชาติต่อไป โดยในปี ๒๕๖๒ การแข่งขันหุ่นยนต์ในเวทีระดับนานาชาติ จะจัดขึ้นในประเทศไทย จำนวน ๓ รายการแข่งขัน ได้แก่ ๑. การแข่งขันหุ่นยนต์ International Robotic Olympiad 2019 ระหว่างวันที่ ๒๐ – ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต จังหวัดปทุมธานี ๒.การแข่งขันหุ่นยนต์ World Robot Game ระหว่างวันที่ ๒๘ – ๓๐ สิงหาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การค้าเซียร์รังสิต จังหวัดปทุมธานี และ ๓. การแข่งขันหุ่นยนต์ International Robot Olympiad 2019 ระหว่างวันที่ ๑๖ – ๒๐ ธันวาคม ๒๕๖๒ ณ ศูนย์การประชุมมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่

โดยการจัดการแข่งขันครั้งนี้ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้ กำหนดเกณฑ์ ระเบียบ วิธีการจัดการแข่งขันให้ได้มาตรฐานในระดับนานาชาติ เพื่อคัดเลือกทีมตัวแทนประเทศไทยที่พร้อมทั้งในด้านความรู้ และทักษะ  การประกอบสร้างหุ่นยนต์ การเขียนโปรแกรมควบคุมหุ่นยนต์ เพื่อให้สามารถทำภารกิจ แก้ไขปัญหาตามโจทย์การแข่งขันในระดับนานาชาติ  โดย สพฐ. ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานภาครัฐ และภาคเอกชน ร่วมเป็นผู้สนับสนุนทีมหุ่นยนต์ไทยได้แสดงศักยภาพในเวทีระดับนานาชาติต่อไป
ภาพกิจกรรมเพิ่มเติมติดตามได้ที่ https://www.facebook.com/obecrobot/

ที่มา:http://www.innoobec.com/?p=172257

สำหรับผู้ที่สนใจเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันปีหน้า คอร์สอบรมClick…

คอร์ส ประดิษฐ์หุ่นยนต์ สำหรับเด็ก | เลโก้ Robot เสริมอัจฉริยะ
พื้นฐานหุ่นยนต์ กับ Lego Mindstorm รับน้องๆ อายุ 4.5 ขวบ -16 ปี

เรามีบริการจำหน่ายหุ่นยนต์ ออกแบบสนาม คอร์สเสริมทักษะ
ปรึกษาโทร : 085-0424-930 | Line@Toymarketonline


โรงเรียนหัวหินเจ๋ง สร้างหุ่นยนต์ Lego เจลล้างมือสู้โควิด-19

วันที่ 17 กรกฎาคม นายประเสริฐ กุสลางกูรวัฒน์ และ นางสาวจิตราภรณ์ ไกรวรรณ์ ครูผู้สอนวิชาคอมพิวเตอร์ โรงเรียนหัวหิน จ.ประจวบฯได้ร่วมกับนักเรียนโรงเรียนหัวหินคิดค้นหุ่นยนต์ Lego เจลแอลกอฮอล์ล้างมืออัตโนมัติ Automatic hand sanitzer dispenser โดยใช้หุ่นยนต์ Lego รุ่น EV3 และอัลตราโซนิกตรวจจับการเคลื่อนไหวของมือโดยใช้ระบบเซ็นเซอร์ จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ครูและนักเรียนจึงร่วมกันคิดค้นเครื่องมือที่ช่วยควบคุมเพื่อป้องกันโรคระบาดดังกล่าวในโรงเรียน

นางสาวจิตราภรณ์ กล่าวว่าทางโรงเรียนหัวหินได้ตั้งชมรม HH Robot มาได้กว่า 3 ปีแล้ว จึงอยากส่งเสริมนักเรียนที่มีศักยภาพและมีความสนใจทางด้านหุ่นยนต์ ที่ผ่านมามีการฝึกซ้อมและเข้าร่วมการแข่งขันในระดับต่างๆมากมายทั้งนี้เริ่มจากความชอบของเด็กๆ และสถานการณ์ในปัจจุบันเจลแอลกอฮอล์จึงเป็นสิ่งสำคัญมากโดยในหลายๆ ฝ่ายร่วมกันรณรงค์ให้เจลล้างมือเป็นสิ่งสำคัญในชีวิตประจำวันไปแล้ว ครูและนักเรียนจึงมีแนวคิดนำหุ่นยนต์และแผงวงจรที่เรามีอยู่มาประยุกต์ใช้เจลล้างมือแอลกอฮอล์อัตโนมัติเพื่อให้เป็นโมเดลในอนาคต ที่สำคัญในวันพุธที่ 22 ก.ค.นี้ ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี จะเสด็จมาเยี่ยมสมาชิกและติดตามผลการดำเนินงานโครงการ TO BE NUMBER ONE ของ จ.ประจวบฯ และทรงเปิดชมรมและศูนย์เพื่อนใจ TO BE NUMBER ONE ที่โรงเรียนหัวหิน จึงนำผลงานชิ้นนี้มาให้พระองค์ทรงทอดพระเนตรด้วย

ด้านนายประเสริฐ กล่าวว่าในส่วนของการประดิษฐ์หุ่นยนต์เจลล์แอลกอฮอล์ล้างมือนี้ เกิดจากความสนใจของเด็กนักเรียนที่ตั้งใจจะทำขึ้นมาโดยใช้อุปกรณ์ที่ทางโรงเรียนมีอยู่แล้ว เป็นชุดต่อ Lego เวอร์ชั่น EV3 จึงดัดแปลงมาเป็นผลงานดังกล่าวทาง ซึ่งครูจะคอยเป็นที่ปรึกษาและดูแลความถูกต้องแก้ปัญหาและนำเพิ่มเติมให้กับนักเรียนโดยจะให้เด็กนักเรียนได้สร้างจินตนาการของตนเองได้เต็มที่ ระยะเวลาต่อหนึ่งชิ้นใช้เวลาประมาณสามวันขึ้นอยู่กับตัวนักเรียนและตัว Lego ด้วย ในอนาคตมีการวางแนวทางในเรื่องของการประกวดชิงรางวัลไว้อยู่แล้ว แต่ส่วนเรื่องการจัดจำหน่ายนั้นยังคงต้องใช้เวลาอย่างมากเพราะราคาค่อนข้างสูง เช่นตัวโมเดลนี้จะมีมูลค่ารวมประมาณ 20,000 บาท หากนำมาจดลิขสิทธิ์จัดจำหน่ายจริงๆ คงต้องหาอุปกรณ์ที่มีราคาทุนต่ำกว่านี้ จึงเน้นในเรื่องของการให้เด็กนักเรียนได้ใช้จิตนาการและทำเพื่อไว้ใช้ภายในโรงเรียนมากกว่า

นายอติกร สุขศรี นักเรียนชั้น ม.6/2 และ นายภาณุนันต์ ศักดี นักเรียนชั้น ม.3/1 ผู้ประกอบหุ่นยนต์ Lego เจลแอลกอฮอล์ล้างมืออัตโนมัติ กล่าวว่าจากที่สังเกตุจากเจลล์ล้างมือในระบบต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้มือกด ใช้เท้าเหยียบ มาตั้งแต่เกิดโรคระบาดโควิด-19 จึงได้แนวคิดว่าการประกอบ Lego ร่วมกับการใช้ระบบเซ็นเซอร์ โดยการนำความรู้ที่มีอยู่และความชอบส่วนตัวน่าจะสามารถสร้างหุ่นยนต์อัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือกดเจลแอลกอฮอล์ออกมาจากขวด ความยากง่ายและอุปสรรคมีตลอดการทำแต่ได้รับคำแนะนำจากและการช่วยแก้ปัญหาโดยคุณครูจึงทำให้ผลงานสำเร็จเป็นที่น่าพอใจ ซึ่งคิดว่าผลงานที่ตนสร้างขึ้นจะได้นำไปใช้ประโยชน์ให้กับโรงเรียนและสังคมได้บ้าง.

ที่มา https://siamrath.co.th/n/170418


LEGO 5.0 เมื่อ “ของเล่น” ยกระดับสู่ “วัฒนธรรม” (ตอนแรก) ผู้ให้กำเนิด เลโก้

LEGO ก่อตั้งโดย Ole Kirk Christiansen ช่างไม้ชาวเดนมาร์กแห่งเมือง Billlund ผู้ให้กำเนิดกลุ่มบริษัทผู้ผลิตของเล่น LEGO Group เมื่อปี ค.ศ. 1932


จุดประกายความคิดเรื่อง LEGO ของ Ole เกิดขึ้นมาก็ด้วยความที่เขาประกอบอาชีพเป็นช่างไม้พร้อมๆ กับสถานะของความเป็นพ่อผู้ยากจน ไม่มีเงินที่จะซื้อของเล่นแพงๆ ให้ลูก เขาจึงลงมือสร้างของเล่นขึ้นมาด้วยตนเอง

และการที่อาชีพทุนเดิมของเขาคือช่างไม้ของเล่นที่ Ole ผลิตในช่วงแรก จึงเป็นของเล่นที่ทำมาจากไม้นั่นเอง โดยมี The Duck เป็นของเล่นชิ้นแรกของ LEGO

2 ปีถัดมา คือใน ค.ศ. 1934 หลังจากที่ Ole ได้ประดิษฐ์ตัวต่อไม้ของเล่นสำหรับลูกเขามาแล้วหลายตัว เขาก็เกิดไอเดียเก๋ขึ้นมาโดยฉับพลัน ว่าของเล่นแบบนี้ จะต้องนำออกขายในราคาถูกๆ สำหรับลูกคนจนด้วยกันได้เล่นบ้าง Ole จึงตัดสินใจตั้งบริษัท LEGO ขึ้นมา

ซึ่งคำว่า LEGO นี้ Ole นำมาจากคำในภาษาเดนนิสคือ Leg Godt ซึ่งแปลว่าเล่นได้ดี หรือ Play Well ในภาษาอังกฤษ และคำว่า LEGO นี้ ในภาษาละตินยังมีความหมายว่า ฉันรวบรวม หรือ I Assemble อีกด้วย กระทั่งในภาษากรีกก็มีความหมายว่าเก็บรวบรวม หรือ Gather และ Pick Up

อีก 6 ปีให้หลังคือใน ค.ศ. 1940 บริษัทของ Ole เริ่มมีการผลิตของเล่นที่ทำมาจากพลาสติกเพิ่มเติมเข้ามาจากของเล่นไม้หรือสารสังเคราะห์จากเยื่อไม้คือ Cellulose Acetate ก่อนที่จะกลายมาเป็นพลาสติกดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน

และในปี 1949 บริษัท LEGO ก็ได้ให้กำเนิดตัวต่อพลาสติก Brick ซึ่งเป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมาจวบจนปัจจุบัน โดยตัวต่อพลาสติกนี้มีต้นแบบมาจาก Kiddicraft แห่งประเทศอังกฤษ

ในสมัยนั้นการนำพลาสติกผสมกับไม้มาทำเป็นของเล่นยังไม่เป็นที่นิยมเนื่องเพราะผู้คนส่วนใหญ่พากันคิดว่าของเล่นที่ทำมาจากพลาสติกไม่ทนทานเท่าของเล่นโลหะหรือสังกะสี ดังนั้นยอดขายของ LEGO ในช่วงแรกจึงไม่ดีนัก

จนกระทั่งในปี ค.ศ. 1954 ลูกชายของ Ole คือ Godtfred Krik Christiansen ซึ่งในขณะนั้นเป็นรองผู้จัดการ ได้คิดต่อยอดว่าตัวต่อพลาสติกของ เลโก้ นี้สามารถดัดแปลงวิธีการต่อเข้าด้วยกันของตัวต่อแต่ละชิ้นแทนที่การกำหนดไว้แบบเดียวได้

Godtfred ใช้เวลาคิดถึง 4 ปี และมาสำเร็จในปี 1958 ต้นแบบของตัวต่อลักษณะใหม่ซึ่งมีรูปร่างเหมือนดังเช่นในปัจจุบันจึงได้รับการพัฒนาขึ้นโดย LEGO ชุดใหม่ได้ขึ้นทะเบียนสิทธิบัตรเมื่อวันที่ 28 มกราคม 1958 ตราบจนกระทั่งถึงปัจจุบัน

ในปัจจุบัน ได้มีการต่อยอดแนวความคิดของตัวต่อ เลโก้ ออกไปเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ มากมาย

LEGO 5.0 ได้ต่อยอดแนวความคิดดั้งเดิมของคุณปู่ Ole เป็นสินค้าใหม่ๆ จำนวนมาก หลายชิ้นเกือบจะฉีกแนวออกมาจากรากฐานงานสร้างสรรค์ของคุณปู่ Ole เอาเลยทีเดียว

อาทิ นาฬิกาข้อมือที่ออกวางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ. 2005 โดยความร่วมมือระหว่าง LEGO กับ Citizen ผู้อาสามาเป็นพันธมิตรในการผลิตตัวเรือนแล้วใช้หน้าปัดและสายจากชิ้นส่วน LEGO

หรือจะเป็นโคมไฟ ในปลายปี 2006 โดย LEGO ผลิตโคมไฟที่สามารถปรับแสงได้ให้ผู้ใช้ถอดประกอบแบบใหม่ๆ ได้ตามชอบ

โดยในปีนี้ LEGO เริ่มปิ๊งไอเดียจาก Apple ของสตีฟ จ๊อบส์ ด้วยการเปิด Stores Imagination Centre ขึ้นมา

นอกจากนาฬิกาข้อมือกับโคมไฟแล้ว ประมาณต้นปี 2008 LEGO ก็ได้สรรค์สร้าง ThumbDrive และเครื่องเล่น MP3 ขึ้นมาได้สำเร็จ หลังจากที่ทดลองนำร่องลำโพง LEGO ที่ใช้ต่อกับเครื่องเล่น iPod ของสตีฟ จ๊อบส์ แห่งค่าย Apple ซึ่งมีชื่อว่า LEGO iPod Stereo Dock มาก่อนหน้านี้

โดย MP3 ของ LEGO เป็นรูปตัวต่อแบบดั้งเดิมชนิด 8 ปุ่ม ส่วน USB Memory ก็ดีไซน์เอาไว้ในรูปลักษณ์เก๋าเก๋าของ LEGO รุ่น Bricks

ก่อนที่จะขยายกิจการมาสู่กล้องดิจิทัลและโทรศัพท์มือถือในเวลาต่อมา โดย LEGO ร่วมมือกับ Alcatel ซึ่งสร้างความฮือฮาในตลาดมือถือเป็นอย่างมากในต้นปี 2009

ยังมีอีกโครงการหนึ่งซึ่งน่าสนใจ นั่นก็คือการที่ LEGO ลงมือผลิตหุ่นยนต์ LEGO ให้เดินได้จริงๆ แบบไม่ต้องใช้มือจับ

มันเป็นสุดยอดจินตนาการจริงๆ ครับสำหรับห้วงเวลานั้น

และทุกวันนี้ โครงการหุ่นยนต์ LEGO ที่มีชื่อว่า LEGO Mindstroms ภายใต้รหัส NXT ได้ดำเนินเดินหน้าไปอย่างกว้างไกล เป็นขวัญใจเด็กรุ่นใหม่ไปทั่วทุกมุมโลกแล้ว…เรียบร้อยโรงเรียนเดนมาร์ก


LEGO 5.0 เมื่อ “ของเล่น” ยกระดับสู่ “วัฒนธรรม” (ตอนที่ 2)

ความเดิมตอนที่แล้ว ผมได้ฉายภาพ ประวัติศาสตร์ของ LEGOsเพื่อเป็นการปูพื้นเรื่องราวเกี่ยวกับ LEGO เอาไว้พอสังเขป โดยทิ้งท้ายไว้ที่ โครงการ LEGO Mindstorms

LEGO Mindstorms เป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ “คนรัก LEGO” ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “น้องๆ ที่อยู่ในวงการหุ่นยนต์”

เพราะ LEGO Mindstorms เป็นกลไกมอเตอร์ที่ทำให้ตัวต่อ LEGO สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวได้ โดยไม่ต้องใช้มือจับเดิน

กลไกมอเตอร์ของ LEGO Mindstorms มีสองชนิดคือ Large motor จำนวน 2 ตัว และ Medium Motor อีกจำนวน 1 ตัว

นอกจากมอเตอร์แล้ว LEGO Mindstorms ยังมีกลไกเซ็นเซอร์ที่ใช้ตรวจจับความเคลื่อนไหว ซึ่งมีทั้งแบบกล้องและแบบแสง

และนอกจากมอเตอร์กับเซ็นเซอร์ LEGO Mindstorms ยังมีรีโมตคอนโทรลระบบอินฟาเรด ที่สามารถบังคับจากระยะไกลได้ โดยมีภาครับสัญญาณอินฟาเรดอีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งทำหน้าที่ทวนสัญญาณและรับคำสั่งจากรีโมตคอนโทรลผ่านระบบไร้สาย

และที่สำคัญที่สุด ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของ LEGO Mindstorms ก็คือ ตัวสมองกล ที่ใช้ควบคุมการทำงานของกลไกทั้งหมด

LEGO Mindstormssได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่รุ่น EV1 EV2 และปัจจุบันคือรุ่น EV3 นอกจากนี้ยังมี NXT และ NXT 2.0

LEGO Mindstormssจึงเป็นอุปกรณ์สำคัญสำหรับนักหุ่นยนต์ศาสตร์ระดับเริ่มต้น หรือ “น้องๆ ที่อยู่ในวงการหุ่นยนต์” นั่นเองครับ

LEGO MINDSTORMS EV3

ทั้งนี้เนื่องเพราะ LEGO Mindstorms เป็นชุดฝึกเบื้องต้นสำหรับการสร้างหุ่นยนต์ ซึ่งมีลักษณะงานสำเร็จรูป ทั้งตัวต่อและซอฟต์แวร์

ตัวต่อของ LEGO Mindstormssมีทั้งแบบเฟือง ข้อเหวี่ยง แหวน ขา โช้ค ลูกปืน ลูกยาง เพลา ยางหุ้มเพลา สายพาน ตีนตะขาบ

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง แขนจับและมือจับ ลักษณะเหมือนนิ้วมือ นอกจากนี้ยังมี ลูกล้อ โซ่ น็อต สกรู หมุด ดุม ข้อหมุน ปะเก็น

LEGO Mindstorms จึงสามารถต่อเป็นรูปแบบชุดเครื่องยนต์กลไกได้อย่างเต็มรูปแบบ ซึ่งมาพร้อมกับชุดซอฟต์แวร์คำสั่งควบคุม

ผมเช็คราคาคร่าวๆ ของ LEGO Mindstorms พบว่า เฉลี่ยตกราคาชุดละประมาณ 30,000 บาท แม้จะเป็นสนนราคาที่ถือว่าสูง ทว่า LEGO Mindstorms กลับได้รับความนิยม
โดยเหตุผลที่ LEGO Mindstorms ได้รับความนิยมก็คือ “ไม่ต้องบัดกรี”

การ “ไม่ต้องบัดกรี” ก็คือ “น้องๆ ที่อยู่ในวงการหุ่นยนต์” สามารถเอาเวลาไปทุ่มให้กับ “การเขียนโปรแกรม” เพื่อควบคุม “หุ่นยนต์”

“การเขียนโปรแกรม” ก็คือการเรียนเกี่ยวกับตรรกะหรือ Logic ที่สามารถประยุกต์ใช้กับ LEGO Mindstormsvได้อย่างรวดเร็วนั่นเอง

ซึ่งการจะ “เขียนโปรแกรม” สั่งงาน LEGO Mindstorms ได้ ต้องทำผ่าน ตัวสมองกล หรือที่ LEGO Mindstorms เรียกว่า Brick

ซึ่ง Brick จะมี Port รับเซ็นเซอร์จำนวน 4 Port หรือเรียกว่า Port ขาเข้า และมี Port จ่ายคำสั่งมอเตอร์อีก 4 Port (ขาออก)

โดยการเขียนโปรแกรมสั่งงาน LEGO Mindstorms จะมีลักษณะเป็นซอฟต์แวร์ชนิดโปรแกรมสำเร็จรูปที่สะดวกกับ “น้องๆ ที่อยู่ในวงการหุ่นยนต์” นั่นเองครับ

ที่มา https://www.salika.co/2019/01/23/lego-5-0-part-2-lego-mindstroms/


LEGO 5.0 เมื่อ “ของเล่น” ยกระดับสู่ “วัฒนธรรม” (ตอนที่ 3)

ความเดิมตอนที่แล้ว (ตอนที่ 2) ผมได้เล่าถึงกลไกการก่อกำเนิดโครงการ LEGO Mindstroms ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในหมู่ “คนรัก LEGO” ทั่วทุกมุมโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ “น้องๆ ที่อยู่ในวงการหุ่นยนต์”


โดยในตอนแรกของชุดข้อเขียนขนาดยาว LEGO 5.0 เมื่อ “ของเล่น” ยกระดับสู่ “วัฒนธรรม” นั้น ผมได้ฉายภาพประวัติศาสตร์ของ LEGO เพื่อเป็นการปูพื้นเรื่องราวเกี่ยวกับ LEGO เอาไว้แล้วพอสังเขป

ส่วนในตอนนี้ ผมขอนำเสนอ “การยกระดับ” สถานะ LEGO จากของเล่นธรรมด๊าธรรมดา สู่การเป็น “สถาบัน” ครับ

ถึงวันนี้ ต้องยอมรับว่า “แฟนพันธุ์แท้ LEGO” และ “น้องๆ ที่อยู่ในวงการหุ่นยนต์” ต่างรู้ดีว่า LEGO Mindstorms เป็นหนึ่งในโครงการ LEGO Education ซึ่งเป็นโครงการที่ทาง LEGO ได้ยกระดับ Positioning สินค้าและบริการของตนเอง ขึ้นสู่การเป็น “ของเล่นทางการศึกษา”

และก่อนหน้าที่จะยกระดับตัวตนขึ้นมาเป็น “ของเล่นทางการศึกษา” นั้น LEGO ก็เหมือนกับบริษัทของเล่นทั่วไป ที่วาง Brand Positioning หรือตำแหน่งของ ตราสินค้า เป็นของเล่นสำหรับเด็กแบบกว้างๆ ซึ่งสู้กันในสนามใหญ่ที่มั่วไปหมด

เพราะ Segment ของ LEGO เคยปะปนอยู่กับของเล่นทั่วๆ ไป ไล่ตั้งแต่ปืนพลาสติก ไปจนถึงตุ๊กตาหมี Teddy Bear

ต่อมาภายหลัง มีการยกระดับ Brand ของ LEGO ขึ้นมานิดหนึ่งคือขยับขึ้นจาก “ของเล่นแบบกว้างๆ” มาสู่ “ของเล่นเสริมทักษะ”

การที่ LEGO ได้ยกระดับ Brand Positioning ขึ้นมานั้น เหตุผลหลักก็คือ การสร้างความแตกต่าง หรือสร้างอัตลักษณ์ใหม่ให้เกิดขึ้นกับ Brand ของ LEGO นั่นเอง

โดยเป็นที่ทราบกันดีว่า ในท้องตลาด “วงการของเล่นแบบบ้านๆ” ทั่วทุกมุมโลก จะมี LEGO ปลอมกลาดเกลื่อนไปหมด

ดังนั้น หนทางเดียวที่จะฉีกหนีจากบรรดา LEGO ปลอมราคาถูกได้ก็คือ “การเปลี่ยนสมรภูมิรบ” จาก Red Ocean หรือทะเลเลือด ที่คู่แข่งทางธุรกิจฟาดฟันกันเลือดนองท้องช้างไปสู่ Blue Ocean หรือน่านน้ำใหม่ใสสะอาด ที่เสมือนเป็นสนามซึ่งไร้คู่แข่งขันทางการตลาด

หลังจากยกระดับ Brand ของ LEGO ขึ้นมาเป็นของเล่นเสริมทักษะ LEGO เรียกตัวเองใหม่ว่า LEGO Learning และปรับชื่อ Segment ใหม่ว่า Dacta, DUPLO และ TECHNIC

ก่อนที่จะรวมโครงการ LEGO Mindstorms รวมถึงโครงการใหม่ LEGO Pneumatics คลุกเคล้าเข้ากับ Dacta, DUPLO และ TECHNIC ให้ขยับขึ้นมาเป็น LEGO Education ในปัจจุบัน


LEGO Education แบ่งออกเป็น 5 ระดับด้วยกันครับ

เริ่มต้นระดับที่ 1 คือ Pre-school หรือ LEGO สำหรับ “เด็กก่อนวัยเรียน” หรือที่บ้านเราเรียกกันว่า “การศึกษาระดับปฐมวัย” อันหมายถึง เด็กวัยก่อนเข้าโรงเรียนประถม อาจนับถึงสถานรับเลี้ยงเด็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก หรือเตรียมอนุบาล อนุบาล 1-2-3 และ Homeschool หรือ “เด็กบ้านเรียน” ที่แปลว่า เด็กเรียนที่บ้านซึ่งพ่อแม่และผู้ปกครองเป็นคนสอนเอง

ระดับที่ 2 คือ Elementary School หรือ LEGO สำหรับเด็กชั้น “ประถมศึกษา”

ระดับที่ 3 คือ Middle School คือ LEGO สำหรับเด็กชั้น “มัธยมศึกษาตอนต้น”

ระดับที่ 4 คือ Afterschool หรือ High school คือ LEGO สำหรับเด็กชั้น “มัธยมศึกษาตอนปลาย” และ Diploma หรือเด็ก “อาชีวะ” ที่บ้านเราเรียกว่า “ปวช.”  รวมเรียกว่าเด็กวัย “ก่อนเข้ามหาวิทยาลัย”

และ “ปวส.” หรือ “มหาวิทยาลัย” เป็นระดับที่ 5

LEGO วันนี้ จึงไม่ใช่บริษัทของเล่นทั่วๆ ไปที่วาง Brand Position หรือตำแหน่งของตราสินค้าว่าเป็น “ของเล่นสำหรับเด็กแบบกว้างๆ” หรือ “แบบเดิมๆ”

แต่เป็น LEGO ที่พัฒนาตนเองขึ้นสู่การเป็น “ของเล่นทางการศึกษา” หรือ LEGO Education

และสมญานามนี้ก็มิใช่ “ได้มาเพราะโชคช่วย” แต่มีพื้นฐานที่หนักแน่นมาจากการที่ LEGO ได้สร้าง “ทีมวิจัย” ที่แข็งแกร่ง และ LEGO ได้นำผลการวิจัยมาพัฒนาสินค้าและบริการ หรือที่ในวงการวิชาการเรียกกันว่า R&D ที่ย่อมาจาก Research and Development

และการตั้งชื่อ LEGO Education ขึ้นมานั้น ก็ไม่ใช่ว่าไม่มีที่มาที่ไป หรือแค่พัฒนามาจากชื่อ LEGO Learning แต่เป็นการทำงานที่ลงลึกใน “องค์ความรู้ทางวิชาการ” ด้วยการลงพื้นที่เก็บข้อมูลจริง และศึกษาค้นคว้า ผ่านการทบทวนวรรณกรรม

ประเด็นสำคัญก็คือ “องค์ความรู้ทางวิชาการ” ของ LEGO Education นั้น จัดเป็น “งานวิจัยร่วมสมัย” นั่นเองครับ

เพราะในปัจจุบัน แวดวงการศึกษา หรือ Education ที่ LEGO เอามาตั้งเป็นชื่อโครงการคือ LEGO Education มีการพูดถึง 21st Century Skills หรือ “ทักษะแห่งศตวรรษที่ 21” กันอย่างแพร่หลาย

โดย LEGO Education มีการพูดถึง Career and Learning Skills, Technology Skills, Critical Thinking and Problem Solving, Creativity and Innovation และ Collaboration, Teamwork and Leadership ที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้

อีกทั้ง วงการการศึกษาก็มีการพูดถึงประเด็น STEM Education ที่ย่อมาจาก วิทยาศาสตร์ (Science: S) เทคโนโลยี (Technology: T) วิศวกรรมศาสตร์ (Engineer: E) และคณิตศาสตร์ (Mathematics: M) กันอย่างกว้างขวาง

ซึ่ง LEGO Education ก็มีการพูดถึง และมีการสร้างของเล่นที่ออกแบบมาสำหรับ STEM Education ที่เป็นรูปธรรม จับต้องได้ เช่นเดียวกับ 21st Century Skills

LEGO วันนี้ จึงเป็นบริษัทของเล่นที่วาง Brand Positioning ยกระดับตัวเองขึ้นไปสู่ตลาดบน หรือ “ตลาดปัญญาชน” ซึ่งเป็น Blue Ocean อย่างเต็มรูปแบบ โดยทิ้งให้บรรดา LEGO ปลอม เวียนว่ายตายเกิดอยู่ใน Segment เก่าๆ หรือ Red Ocean นั่นเองครับ

ที่มา https://www.salika.co


สำหรับผู้ที่สนใจเตรียมความพร้อมเพื่อการแข่งขันปีหน้า คอร์สอบรมClick…

คอร์ส ประดิษฐ์หุ่นยนต์ สำหรับเด็ก | เลโก้ Robot เสริมอัจฉริยะ
พื้นฐานหุ่นยนต์ กับ Lego Mindstorm รับน้องๆ อายุ 4.5 ขวบ -16 ปี

เรามีบริการจำหน่ายหุ่นยนต์ ออกแบบสนาม คอร์สเสริมทักษะ
ปรึกษาโทร : 085-0424-930 | Line@Toymarketonline


โปรแกรมพื้นฐาน หุ่นยนต์ LEGO EV3 ง่ายนิดเดียวลุยๆ ๆ !!!!!!

วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย

ขอขอบคุณ วิศวกรรมไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเลย
ที่มา https://th-th.facebook.com/EEEatLRU/posts/1936653369755280/

Shop สินค้า

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

2 × 2 =

%d bloggers like this: